ป้ายจราจรหรือสัญลักษณ์ริมทางที่มักพบในเส้นทางบนเขา

ป้ายจราจรหรือสัญลักษณ์ริมทางที่มักพบในเส้นทางบนเขา

ใกล้จะเข้าช่วงปลายปี หลายคนคงมีโอกาสได้ท่องเที่ยวโดยขับรถขึ้นไปรับลมหนาวและชมความสวยงามของทะเลหมอก ตามภูเขาหรือดอยต่างๆ และคาดว่าหลังจากปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อวันก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

ในการเดินทางขึ้นไปบนภูเขาหรือดอยต่างๆ ก็ต้องมีเส้นทางที่คดโค้งและลาดชันกันอย่างมากแน่นอน การไปขับรถในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยจึงควรระมัดระวังให้มาก เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ การให้ความสำคัญกับป้ายจราจรหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ริมทางจะช่วยลดปัญหาและช่วยให้การขับรถผ่านเส้นทางต่างๆไปได้โดยสวัสดิภาพ มาดูกันว่าป้ายจราจรหรือสัญลักษณ์ริมทางที่มักจะพบได้ในเส้นทางบนเขามีอะไรบ้าง แต่ละป้ายแต่ละสัญลักษณ์มีความหมายอย่างไร

  • เส้นที่อยู่กลางถนน เส้นทึบ เส้นประ เป็นเส้นเตือนให้รู้ว่าช่วงไหนสามารถแซงได้หรือแซงไม่ได้ ถ้าอยู่ในช่วงเส้นทึบก็ไม่ควรที่จะแซง เพราะเส้นทางบนเขาส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีไหล่ทางให้หลบหลีกกันได้ ถ้าเลนตรงข้ามเกิดมีรถวิ่งสวนมา ก็มีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้
  • ป้ายจราจรขึ้น-ลงทางลาดชัน เป็นป้ายที่ช่วยให้เราเตรียมตัวและคำนวณจังหวะในการขับได้ถูกต้อง หากเห็นป้ายเตือนขึ้นทางลาดชันจะได้เร่งเครื่องยนต์เพิ่มกำลังของรถให้ขึ้นทางชันได้ง่ายขึ้น หรือถ้าข้างหน้าเป็นทางลาดจะได้เตรียมลดความเร็วและตำแหน่งของเกียร์ให้ต่ำลงได้ทัน หลายคนคงเคยมีข้อสงสัย เวลาที่ขับรถไปแถวภาคเหนือ หรือขึ้นภูเขา จะมีป้ายจราจรที่มีสัญลักษณ์รถเอียงขึ้นหรือเอียงลง แล้วมีตัวเลขกำกับเป็นเปอร์เซ็นต์ไว้ด้วย เช่น 8%, 10% ตัวเลขที่แห็นนั้น เป็นค่า “ความชัน” ของถนนเส้นนั้นๆ เป็นการเตือนให้ผู้ขับขี่ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้ความเร็ว โดยยิ่งชันมากการขับขึ้นอาจจะต้องเร่งความเร็วเพื่อส่งให้มากกว่าปกติ หรือขับลงเขา ถ้าชันมาก ก็ต้องลดความเร็วให้น้อยลงมากกว่าปกติ เป็นต้น โดยใช้วิธีการคำนวณค่าความสูงที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง หารกับระยะทางที่ใช้เดินทาง แล้วแปรค่าออกเป็นเปอร์เซ็นต์ อย่างเช่น เขาลูกนี้มีระยะทางของเนินนี้ 1,000 เมตร และเมื่อถึงจุดปลายทาง จะมีความสูงที่เพิ่มขึ้น 100 เมตร เมื่อเข้าสูตร ความสูงหารด้วยระยะทาง ก็จะได้ (100 ÷ 1000) x 100 = 10% นั่นเอง
  • ป้ายจราจรจำกัดความเร็ว ควรใช้ความเร็วในระดับที่ใกล้เคียงกับที่ป้ายแนะนำไว้
  • ป้ายจราจรทางคดเคี้ยว หมายถึงทางข้างหน้ามีการเลี้ยวซ้ายและขวาสลับต่อเนื่องหลายครั้ง ไม่ควรใช้ความเร็วสูงเกินไป ช่วยเตือนให้เรามีสติในการเข้าโค้งข้างหน้า
  • ป้ายจราจรทางโค้งซ้ายหรือขวา ถนนหรือเส้นทางบนภูเขามักมองเห็นทางข้างหน้าได้ไม่ไกล เนื่องจากมีต้นไม้ข้างทางขึ้นบังตา การมีป้ายเตือนว่าจะต้องพบกับทางโค้งซ้ายหรือขวาข้างหน้าจึงมีประโยชน์อย่างมาก
  • ป้ายจราจรเขตห้ามแซง เป็นป้ายเตือนที่ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เนื่องจากอาจจะกำลังเข้าเขตชุมชน หรือเส้นทางข้างหน้าแคบลง หรือสาเหตุอื่นๆที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แม้ว่ารถข้างหน้าจะขับช้า ก็ไม่ควรใจร้อน ควรรอจนถึงช่วงที่ปลอดภัยก่อนแล้วจึงค่อยแซง
  • ธงสีแดง เรามักพบธงสีแดงในช่วงทางโค้ง หลายๆเส้นทางเจ้าหน้าที่นำธงสีแดงไปปักเตือนไว้ริมทาง เพื่อเป็นการแจ้งเตือนผู้ใช้รถตระหนักถึงอันตรายในการเข้าโค้งหากไม่ชะลอความเร็วลง

ดังนั้นเมื่อจะต้องขับรถบนเขาควรมีสติและไม่ประมาท เพราะหากมีการเฉี่ยวชนเกิดขึ้นมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเหตุการณ์รุนแรง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นมากกว่าที่จะประเมินได้ อีกทั้งการช่วยเหลือก็ทำได้ลำบากและใช้เวลามาก อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนสนุกกับทริปท่องเที่ยวในปีนี้และเดินทางโดยสวัสดิภาพ